ประกาศ
ย้ายบล็อกแล้วนะคะ ไปที่...


http://nalinakr.exteen.com

บล็อกใหม่เปิดแล้วค่า!

In this entry

 

เอนทรี่นี้หมดมุกอัพขอมีสาระบ้างค่ะ 55

หลังจากอยู่ Dallas มาแรมเดือน ไหนๆก็ไหนๆเลยเอาประสบการณ์มาแบ่งปันกันบ้าง

ก็คือจากที่ได้ทำงานที่ร้านอาหารและได้โฟร่ปะกิดกับลูกค้าเล็กน้อย+ได้ไปเที่ยว+ช้อปปิ้ง

เราเลยสังเกตพฤติกรรม(อยู่ในซาฟารีเราะ?)ของคุณกันทั้งหลาย ว่าเค้าพูดยังไงกันบ้าง

ก็พบว่าบางสำนวนมันแอบต่างกับที่เราชอบๆใช้กันเหมือนกันนะเนี่ย O//{}//O

เลยจะเทียบที่เราๆพูดกับที่เค้าพูดมาให้ดูกันค่า

หลายท่านอาจจะรู้หมดแล้ว 555 แต่ก็ถือว่าเป็นการเล่าสู่กันฟังอย่างทั่วถึงละกันนะค้า

 

 

   
red tulip 10 สำนวนปะกิดที่เปลี่ยนซะบ้างก็ดี red tulip

 

1. ฮาว อา ยู้ ?

เราชอบใช้กันอยู่แค่นี้ แต่จริงๆเค้าใช้กันตั้งหลายอย่างแหนะ 

ที่แน่ๆได้ยินบ่อยสุดคือ "Hi! How are you doing?" (แต่ How are you? ก็ไม่แปลกนะคะ แค่กลัวจะเบื่อ)

ใช้แล้วดูกลมกลืนชัวร์ (สำเนียงอีกเรื่อง 555) <<< พูดเร็วๆดำน้ำๆแล้วจะดีเอง ฮา

 

2. แอม ฟาย (เห้ย!?) แต๊ง กิ้ว

ต่อจากข้อบนค่ะ 555 เวลาตอบคำถามนั้นไม่ค่อยเห็นเค้าใช้คำว่า fine เลยนะ orz

เค้าจะชอบตอบกันว่า  "Good. How are you?" "Good, thank you!"

ไม่ก็ "I'm good, thank you!" ประมาณนี้แหละค่ะ เพราะฉะนั้นใช้ good นะคะพี่น้องค้าาา

 

3. แต๊ง กิ้ว (คนอ่านบอกไรฟะ วนมันอยูแค่เนี้ย 55555)

คำนี้ก็ใช้อย่างนี้แหละค่ะ(เอ๊า!) แต่ว่าสำเนียงค่ะ! ขอเปลี่ยนนิดนึงงง >////<

คนที่นี่เค้าชอบออกว่า "เต๊งงง กิว" ค่ะ สระเอะ แต่จะแต๊งเหมือนเดิมก็ไม่เป็นไรค่า (แต่ตรูจะเต๊งงง 55)

ยังไม่จบค่ะ! (บ๊ะ) หลายคนจะใช้คำว่า "Thank you. Appreciate it." ต่อกันค่ะ

ถ้าจะแอ๊บแหม่มหน่อยก็ประมาณ  "เต๊ง กิ่ว. พริฉิเอดิด." ค่ะ

พูดได้เสมอไม่ต้องกลัวเปลืองค่ะ เราหยิบตะเกียบให้ 1 คู่ฮีก็ยังแอ๊บพรีชีเอดอิด 555

 

4. ..................... OvO?

มันคือฟังไม่ทันแล้วเงียบค่ะ 555555 พี่ไทยยิ้มแฉ่งอย่างเดียว กร๊ากกก ฟังไม่ทันขอทวนได้ค่า ไม่เห็นแปลก

เราชอบใช้ "Sorry?" "I'm sorry?" ที่ขึ้นเสียงสูงเป็นคำถามอะค่ะ เราว่ามันฟังดูเรียบร้อยดี (คิดไปเอง? 55)

ที่จริงฝรั่งเค้าชอบใช้บ่อยสุดคือ "What's that?" ค่ะ ใช้กันจั๊งงง!

แต่เราว่ามันฟังดูห้วนๆไงไม่รู้ ไม่ชอบ (คิดไปเองอีกแล้ว? 55) ไม่รู้ล่ะตรูจะซอรี่ยยยยย์

แต่ใครอยากกลมกลืนเชิญ What's that? เลยค่า

(อย่าให้เค้า What's that? กลับมาก็พอ 55555 orz)

 

5. เยส (คนอ่านบอกแค่นี้มันจะมีปัญหาอะร๊ายยย 555)

แกรมม่าโอ ความป๊อบโอ(ล้าน%) สำเนียงโอ(เอ๊าาา! แล้วยังไง)

อันนี้ไม่มีอะไรค่ะเราแค่อยากให้มีหางเสียงนิดหน่อยเท่านั้นเอง ฮา

"Yes, sir." "Yes, ma'am." (อ่านว่า แมม นะคะอย่า แหม่ม เลย 555) พูดไปเถอะค่ะ พูดแล้วน่ารักเหมือนคะขา

เรียกคนที่เด็กกว่าก็ไม่เป็นไรค่ะมันหน้าแก่ พูดกับพนักงานห้าง รปภ. พูดกับลูกค้า พูดกับคนผ่านไปมา ใส่โลดค่ะ

แต่ถ้าสนิทกันหน่อย ก็ "Yeah." "Yep." ก็ได้ค่ะ กับคนที่ร้านที่คุ้นกันอยู่แล้วเราก็พูดงี้อะค่ะ

ยังไม่จบ! (วุ้ยยย) เวลามีคนเรียกเรา ก็ขานด้วยเยสนี่แหละค่า

พอเค้าเรียก Nanศรี(?) เราก็ตอบ "Yesss?" โทนเดียวกับ "ขาาา" เลยค่ะ

สุดท้าย! ใครofferจะทำอะไรให้ถ้าไม่ปฏิเสธตามมารยาทก็ตกลงด้วย "Yes, please." นะคะ >////<

ใส่ please ต่อจากทุกประโยคที่เราจะขอให้ใครทำอะไรให้ แล้วจะน่ารักค่า เหมือนการลงว่า "ได้ไหมคะ?"

 

6. โน (คนอ่านบอกสอนแค่นี้ตรูได้สาระอะไรเพิ่มเติมจากภาษาอังกฤษป.2บ้าง?)

เวลาจะปฏิเสธคนค่ะ จะใช้โนก็ไม่ว่ากันแหละค่า (เอ๊าา) แต่อย่าลืมต่อเป็น "No, thank you." นะคะ

คนอ่านบอกรู้แล้ววว! /ล้มโต๊ะ 555 ใจเย็นค่า >////<

ส่วนตัวเราชอบพูดว่า "I'm fine, thank you." มากกว่าค่ะ ดูเรียบร้อยกว่า (คิดไปเอง? 55)

ไม่ต้องเอาไปตอบต่อจากฮาวอายูในข้อ 2. แต่มาใช้ในเวลาอย่างนี้กันเถอะะะ

ประมาณว่าหนูไม่เป็นไรค่ะ ได้อยู่ ขอบคุณนะคะ อะไรอย่างนี้ 55

(ภาษาไทยก็อย่าลืม "ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ" พูดติดกันนะค้า >////<) <<< ตกลงมันสอนอะไรกันแน่?

แถมนิดนึงได้มั้ย... เราปฏิเสธบ่อยสุดก็ตอนช้อปปิ้งนี่แหละค่ะ 555

เพราะเวลาย่างกรายเข้าเขตแดนชีแต่ละร้าน ชีจะรุดเข้ามาเลยค่ะ

เริ่มจาก "Hi! How're you girls doing today?" (เลื่อนขึ้นไปดูข้อ 2. ด่วนนน 55555)

"Are you looking for something in particular?" / "Is there anything I can do for you?" (มันมาแล้ว 555)

ก็ตอบเค้าว่า "No/I'm fine, thank you. I'm just looking around." ไม่ก็ "I'm just browsing." ก็ได้ค่ะ

(มาคิดๆดูส่วนใหญ่เราก็แค่ยิ้มน้อยๆ ส่ายหน้าแล้วบอก "Just looking around." นั่นแหละ 55 อย่ามายุ่งกะกรู๊วว์!)

 

7. กู้ด

Adjective ประจำกายที่ขยายได้ครอบจักรวาล 55555

แต่เท่าที่สังเกตการณ์มา ฝรั่งเค้าชอบพูดอะไรที่เว่อร์ๆค่ะ >////<

อย่าพูดกู้ดเลย... เอาไปพูดกะข้อ 2. นู่น (วนมันอยู่แค่นี้แหละ 55555)

ถ้าอะไรดีพูดไปเลยค่ะ "It's perfect!" "So wonderful!" "Fantastic!"

เหมือนอย่างที่เราขอให้ฝรั่งถ่ายรูปหมู่ให้ ถ่ายเสร็จเค้าก็ถามว่าโอมั้ย เป็นลุงแก่ๆ ได้รูปนี้...

"........(seems like his head's been cut off but...) It's PERFECT!!! Thank you! >//w//< b"

(หรือตูเว่อร์เกินธรรมดา? 555) แต่ดูเค้ากังวลๆอะ พูดเสร็จยิ้มแฉ่ง กร๊ากกก

เอาเป็นว่าที่นี่เค้าใช้ perfect กันอย่างไม่กลัวเปลืองเลยจริงๆค่ะ

 

8. บิ้วตี้ฟู

Adj. พกไว้ประจำกายหมายเลข 2 กร๊ากกก

จริงๆ Beautiful มันก็ไม่แปลกหรอกค่ะ แต่เราเห็นเค้าชอบใช้คำว่า "Pretty" กับ "Cute" มากกว่าง่ะ...

แบบผู้หญิงหน้าคมสวยเช้งก็ "She's so pretty!" ทั้งๆที่สัญชาตญาณซับไทยเรามันบอกว่า Pretty=น่ารัก ฮา

เปลี่ยนใหม่ๆ Pretty = สวย, Cute = น่ารักค่ะ (คิดเอาเอง? 55)

 

9. ทู

คนอ่านงง ทูไหนฟะ 555 Two สองนี่แหละค่ะ! 55555 (ภาษาอังกฤษอ.1 !?)

เวลาเค้าพูดถึงอะไรที่นิดเดียวเค้าจะไม่ค่อยใช้ Two หรือ A few อะค่ะ

เห็นเค้าชอบใช้ว่า "A couple of..." ซะมากกว่า (แอ๊บแหม่ม = อคับปล็อฟ) <<< เหมือนภาษารัสเซียปะ? 55

 

10. ชี เซ้ด (เริ่มadvance ขึ้นป.3 แล้ววว 5555)

เวลาเล่าเรื่องในอดีตว่าใครทำอะไรยังไง อย่าแค่แบบ "She said .....Blah Blah Blah" เลยค่ะ

ฝรั่งเค้าชอบใช้ว่า "She was like... " ค่า!

จะตามด้วยประโยคที่เค้าพูด หรือตามด้วยการทำท่าเลียนแบบคนที่พูดถึงก็ได้ค่ะ

เช่นเราจะบอกว่าฮีคนนั้นโวยวายว่าทำไมไม่รับโทรศัพท์ ก็พูดว่า

"He was like 'why didn't you pick up the phone!' " แอ๊บเสียงโวยๆเลียนแบบที่ฮีพูดได้เลยค่ะ

หรือจะบอกว่าชีคนนั้นตกใจจนอ้าปากค้าง .....แล้วอ้าปากค้างพูดไงฟะ? (Her jaw dropped. ค่ะ) ก็พูดแค่ว่า

"She was like O//{}//O" ทำท่าอ้าปากค้างเลียนแบบชี ง่ายจะตายยย ไม่ต้องอธิบายให้มากความ

เพราะงั้นอย่าลืมใช้ was/were like ในการเล่าเรื่องนะค้าาา (ถ้าแปลไทยก็เทียบได้กับคำว่า "ก็แบบ..." ล่ะมั้งคะ)

 

 

 

เย้! จบแล้ว ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ

ถึงแม้ว่าอาจไม่ได้สาระอะไรเพิ่มเติม แต่ก็หวังว่าพี่ๆน้องๆจะพอได้ความเพลิดเพลินไปบ้างนะค้า 555

(สรุปผล มาอเมริกา อะฮั้นได้เรียนภาษาไป 10 คำ? 555555555555555 orz)

 

ชอบเขียนเอนทรี่อังกฤษแฮะ (ถึงจะยัง snake ๆ fish ๆ อยู่ก็เถอะ 555)

ไว้โอกาสหน้าจะเอาอะไรดีๆ